ความหมายและความสำคัญของพาเลทแต่ละประเภท

พาเลท ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่เข้ามามีบทบาทสนับสนุนกิจกรรมทางด้านโลจิสติกส์อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมด้านการขนส่งต่างๆที่จะต้องมี พาเลท มาช่วยให้การขนย้าย หรือขนสินค้าขึ้นลงให้เป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วซึ่งจะลดความสูญเปล่าในระหว่างการทำกิจกรรม หรือจะเป็นกิจกรรมทางด้านการจัดเก็บสินค้าตามคลังสินค้าต่างๆ ก็นำพาเลทมาตั้งเป็นระบบเพื่อให้สะดวกต่อการจัดเก็บและตรวจนับจำนวนสินค้า เช่น ระบบการจัดเก็บสินค้าแบบพาเลท หรือจะเป็นระบบการจายสินค้าแบบพาเลท

ปัจจุบันธุรกิจต่างๆก็ต้องมีพาเลท เข้ามามีส่วนช่วยในกิจกรรมมากมาย และยังช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจประสบความสำเร็จในการดำเนินงานต่างๆ เช่น การนำเข้าและส่งออกของสินค้า การขนถ่ายสินค้าภายในประเทศ การส่งมอบสินค้าให้เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด  ทั้งภายในองค์กรเดียวกันหรือจะเป็นระหว่างองค์กร   ซึ่งจากการที่ต้องส่งสินค้าออกนอกประเทศเราก็ต้องคำนึงถึงกฎระเบียบของแต่ละประเทศที่จะส่งสินค้าไปว่ามีการควบคุมด้านใดบ้างเกี่ยวกับตัวพาเลท และจากการที่เราต้องใช้พาเลทมาช่วยในการขับเคลื่อนทางธุรกิจแล้วนั้น ต้องไม่ลืมคำว่า  ต้นทุน เพราะจะเป็นต้นทุนแฝงเข้ามาโดยไม่รู้ตัว หรือบางบริษัทที่ต้องใช้พาเลทเป็นจำนวนมากๆ ก็จำเป็นต้องมีการคิดต้นทุนไม่ว่าจะเป็นการซื้อหรือการเช่า เพื่อมาดำเนินงานและยังต้องมีการควบคุมพาเลท อย่างจริงจังเพื่อให้เพียงพอต่อปริมาณความต้องการใช้งานในแต่ล่ะวันหรือตามเวลาที่กำหนด ซึ่งพาเลท ก็มีอยู่หลายประเภท อาทิเช่น พาเลทไม้ พาเลทพลาสติก พาเลทกระดาษ พาเลทโฟม และพาเลทเหล็ก เป็นต้น

ธุรกิจแฟรนไชส์ภาษาอังกฤษ

7-2

เป็นสินค้าของระบบโปรแกรมแฟรนไชส์ เป็นทรัพย์สินหรือลิขสิทธิ์ของแฟรนไชส์ รวมถึงเป็นแหล่งรวมองค์ความรู้ ประสบการณ์ของระบบแฟรนไชส์ ในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ เรียกได้ว่า คู่มือแฟรนไชส์เป็นเสาหลักของระบบแฟรนไชส์ ที่เกิดจากการฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ มาได้ ซึ่งธุรกิจในระบบแฟรนไชส์ภาษาอังกฤษต้องมีเก็บไว้

วันนี้ http://www.smart-kids.net/15816508/english-smartkids จึงอยากนำผู้ประกอบการทุกท่าน ที่ต้องการนำธุรกิจของตัวเองเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์ ไปทำความรู้จักกับคู่มือปฏิบัติการแฟรนไชส์ภาษาอังกฤษว่ามีความสำคัญอย่างไรบ้าง ทำไมธุรกิจแฟรนไชส์ภาษาอังกฤษต้องจัดทำขึ้น

1.เป็นเอกสารอ้างอิงที่สำคัญ สำหรับการอบรม

ทำให้การอบรมทำงานได้อย่างราบรื่น มีความสะดวกมากขึ้น ทั้งแบบเต็มรูปแบบหรือบางส่วน ตามลำดับที่เหมาะสม ถือเป็นมาตรฐานในการส่งผ่านความรู้อย่างเป็นระบบ

2.ช่วยส่งเสริมระบบโครงสร้างการสนับสนุนที่ดี

ทำให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์รู้ถึงวิธีการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่มีตัวช่วย หรือสิ่งอำนวยความสะดวกเท่านั้น ซึ่งผู้ซื้อแฟรนไชส์จะต้องนำศึกษาและปฏิบัติตามทุกอย่าง ทุกขั้น ระบบความสำเร็จทำมาแบบไหน ก็ต้องทำแบบนั้น นอกจากนี้คู่มือยังช่วยให้เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ ได้ทำการปรับปรุง แก้ไข ระบบภายในให้ถูกต้องยิ่งขึ้น

3.ช่วยขยายความชัดเจนของเงื่อนไขสัญญาในการปฏิบัติจริง

คู่มือไม่ได้เพียงแค่ช่วยผู้ซื้อแฟรนไชส์ในการปฏิบัติงานประจำวันเท่านั้น แต่ช่วยขยายความหมาย ข้อกำหนด ความชัดเจน ของเงื่อนไขสัญญาแฟรนไชส์ ให้เข้าใจได้ในเชิงปฏิบัติ แทนที่จะใช้ภาษาทางกฎหมาย คู่มือยังเป็นส่วนหนึ่งในการอ้างอิงของสัญญาในเรื่องข้อกำหนด มาตรฐาน และวิธีปฏิบัติงานในระบบแฟรนไชส์

คุณได้เห็นแล้วว่า คู่มือแฟรนไชส์มีความสำคัญอย่างมากต่อระบบแฟรนไชส์ ทั้งต่อเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ และผู้ซื้อแฟรนไชส์ เพราะช่วยให้เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ได้ทำการบันทึก ปรับปรุง กระบวนการทำงานต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จเอาไว้ เพื่อควบคุมระบบมาตรฐานของแฟรนไชส์ ขณะที่ผู้ซื้อแฟรนไชส์สามารถปฏิบัติงานตามคู่มือ ช่วยให้ประหยัดเวลา และใช้ความพยายามในการบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จน้อยกว่าเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์

 

 

พีแอลซี อุปกรณ์สร้างขึ้นเพื่อให้ทนต่อสภาพแวดล้อมในโรงงานอุตสาหกรรม

พีแอลซี เป็นอุปกรณ์ควบคุมการทำงานของเครื่องจักรหรือกระบวนการทำงานต่างๆ โดยภายในมี Microprocessor เป็นมันสมองสั่งการที่สำคัญ พีแอลซีจะมีส่วนที่เป็นอินพุตและเอาต์พุตที่สามารถต่อออกไปใช้งานได้ทันที ตัวตรวจวัดหรือสวิทตช์ต่างๆ จะต่อเข้ากับอินพุต ส่วนเอาต์พุตจะใช้ต่อออกไปควบคุมการทำงานของอุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่เป็นเป้าหมาย เราสามารถสร้างวงจรหรือแบบของการควบคุมได้โดยการป้อนเป็นโปรแกรมคำสั่งเข้าไปใน พีแอลซี นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นเช่นเครื่องอ่านบาร์โค๊ต (Barcode Reader) เครื่องพิมพ์ (Printer) ซึ่งในปัจจุบันนอกจากเครื่อง PLC จะใช้งานแบบเดี่ยว (Stand alone) แล้วยังสามารถต่อ PLC หลายๆ ตัวเข้าด้วยกัน (Network) เพื่อควบคุมการทำงานของระบบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยจะเห็นได้ว่าการใช้งาน PLC มีความยืดหยุ่นมากดังนั้นในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ จึงเปลี่ยนมาใช้ PLC มากขึ้น

การใช้ PLC สำหรับควบคุมเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ต่างๆ ในโรงงานอุตสาหกรรมจะมีข้อได้เปรียบกว่าการใช้ระบบของรีเลย์ (Relay) ซึ่งจำเป็นจะต้องเดินสายไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า Hard- Wiredฉะนั้นเมื่อมีความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนกระบวนการผลิต หรือลำดับการทำงานใหม่ ก็ต้องเดินสายไฟฟ้าใหม่ ซึ่งเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายสูง แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้ PLC แล้ว การเปลี่ยนกระบวนการผลิตหรือลำดับการทำงานใหม่นั้นทำได้โดยการเปลี่ยนโปรแกรมใหม่เท่านั้น นอกจากนี้แล้ว PLC ยังใช้ระบบโซลิด – สเตท ซึ่งน่าเชื่อถือกว่าระบบเดิม การกินกระแสไฟฟ้าน้อยกว่า และสะดวกกว่าเมื่อต้องการขยายขั้นตอนการทำงานของเครื่องจักร

โปรแกรมเมเบิล ลอจิก คอนโทรลเลอร์
เป็นอุปกรณ์ชนิดโซลิด-สเตท (Solid State) ที่ทำงานแบบลอจิก (Logic Functions) การออกแบบการทำงานของ PLC จะคล้ายกับหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ จากหลักการพื้นฐานแล้ว PLC จะประกอบด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า Solid-State Digital Logic Elements เพื่อให้ทำงานและตัดสินใจแบบลอจิก PLC ใช้สำหรับควบคุมกระบวนการทำงานของเครื่องจักรและอุปกรณ์ในโรงงานอุตสาหกรรมการใช้ PLC สำหรับควบคุมเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ต่างๆ ในโรงงานอุตสาหกรรมจะมีข้อได้เปรียบกว่าการใช้ระบบของรีเลย์ (Relay) ซึ่งจำเป็นจะต้องเดินสายไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า Hard-Wired ฉะนั้นเมื่อมีความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนกระบวนการผลิต หรือลำดับการทำงานใหม่ ก็ต้องเดินสายไฟฟ้าใหม่ ซึ่งเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายสูง แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้ พีแอลซี แล้ว การเปลี่ยนกระบวนการผลิตหรือลำดับการทำงานใหม่นั้นทำได้โดยการเปลี่ยนโปรแกรมใหม่เท่านั่น นอกจากนี้แล้ว PLC ยังใช้ระบบโซลิด-สเตท ซึ่งน่าเชื่อถือกว่าระบบเดิม การกินกระแสไฟฟ้าน้อยกว่า และสะดวกว่าเมื่อต้องการขยายขั้นตอนการทำงานของเครื่องจักร

โครงสร้างของพีแอลซี
พีแอลซี เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับใช้ในงานอุตสาหกรรม พีแอลซี ประกอบด้วย หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจำ หน่วยรับข้อมูล หน่วยส่งข้อมูล และหน่วยป้อนโปรแกรม PLC ขนาดเล็กส่วนประกอบทั้งหมดของ PLC จะรวมกันเป็นเครื่องเดียว แต่ถ้าเป็นขนาดใหญ่สามารถแยกออกเป็นส่วนประกอบย่อยๆ ได้
หน่วยความจำของ PLC ประกอบด้วย หน่วยความจำชนิด RAM และ ROM หน่วยความจำชนิด RAM ทำหน้าที่เก็บโปรแกรมของผู้ใช้และข้อมูลสำหรับใช้ในการปฏิบัติงานของ PLC ส่วน ROM ทำหน้าที่เก็บโปรแกรมสำหรับใช้ในการปฏิบัติงานของ พีแอลซี ตามโปรแกรมของผู้ใช้ ROM ย่อมาจาก Read Only Memory สามารถโปรแกรมได้แต่ลบไม่ได้ถ้าชำรุดแล้วซ่อมไม่ได้

EPROM (Erasable Programmable Read Only Memory) หน่วยความจำประเภทนี้จะมีแบตเตอรี่เล็กๆ ต่อไว้เพื่อใช้เลี้ยงข้อมูลเมื่อเกิดไฟดับ การอ่านและเขียนโปรแกรมใน RAM ทำได้ง่ายมาก จึงเหมาะกับการใช้งานในระยะทดลองเครื่องที่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขโปรแกรมบ่อยๆ
EPROM (Erasable Programmable Read Only Memory) หน่วยความจำชนิด EPROM นี้จะต้งอใช้เครื่องมือพิเศษในการเขียนโปรแกรม การลบโปรแกรมทำได้โดยใช้แสงอัลตาไวโอเลตหรือตากแดดร้อนๆ นานๆ มีข้อดีตรงที่โปรแกรมจะไม่สูญหายแม้ไฟดับ จึงเหมาะกับการใช้งานที่ไม่ต้องเปลี่ยนโปรแกรม
EEPROM (Electrical Erasable Programmable Read Only Memory) หน่วยความจำชนิดนี้ไม่ต้องใช้เครื่องเมือพิเศษในการเขียนและลบโปรแกรม โดยใช้วิธีการทางไฟฟ้าเหมือนกับ RAM นอกจากนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมีแบตเตอรี่สำรองไฟเมื่อไฟดับ ราคาจะแพงกว่า แต่จะรวมคุณสมบัติที่ดีของทั้ง RAM และ EPROM เอาไว้ด้วยกัน